A great WordPress.com site

คำขวัญประจำ จังหวัดเชียงใหม่

 

ดอยสุเทพเป็นศรี
ประเพณีเป็นสง่า
บุปผชาติล้วนงานตา
นามล้ำค่า นครพิงค์
 ประวัติ
นพบุรี ศรีนครพิงค์ หรือ เวียงพิงค์ ของพ่อขุนเม็งรายมหาราชในอดีต หรือเชียงใหม่ในวันนี้ คือ เมืองที่เปรียบประดุจดังกุหลาบงามของแผ่นดินลานนาไทย เป็นเมืองที่นับว่าใหญ่เป็นที่ 2 รองจากกรุงเทพมหานคร และมีความสำคัญที่สุดของภาคเหนือ เป็นเมืองที่รวมเอาศิลปกรรม โบราณวัตถุ ตลอดจนวัฒนธรรม ดั้งเดิมของล้านนาไทยเข้าไว้
ขอขอบคุณ http://parichat2530.blogspot.com

 

 

การแต่งกายพื้นบ้านของจังหวัดเชียงใหม่ หรือ ล้านนา

การแต่งกายพื้นบ้านล้านนา

“ล้านนา”  ในปัจจุบันหมายถึง อาณาเขต 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่  เชียงราย  พะเยา  ลำพูน  ลำปาง  แพร่  น่าน  และแม่ฮ่องสอน  การแต่งกายพื้นเมืองของล้านนา จึงหมายถึงการแต่งกายของชนกลุ่มต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในล้านนาในอดีตอาณาจักรล้านนาในบางยุคสมัยอาจครอบคลุมไปถึงรัฐต่างๆ เช่นสิบสองปันนา  รัฐฉาน  เชียงตุง เป็นต้น ซึ่งต่างก็เคยมีความสัมพันธ์กันมาช้านาน  ชนกลุ่มใหญ่ที่สร้างสมอารยธรรมในล้านนาก็คือ “ชาวไทยวน” ซึ่ง  ปัจจุบันเรียกตัวเองว่า “คนเมือง”  นอกจากนี้มีวัฒนธรรมกลุ่มชนต่างๆ ผสมผสานกันได้แก่ ชาวไทลื้อ ไทเขิน ไทใหญ่(ไต) ชาวไทยวนในล้านนามีวัฒนธรรมในการทอผ้าเพื่อใช้สอยและแต่งกายเป็นเอกลักษณ์มาแต่โบราณ จากหลักฐานด้านจิตรกรรมฝาผนังวัดต่างๆ ในเชียงใหม่และน่าน ในเชียงใหม่เช่นวัดบวกครกหลวง  วัดพระสิงห์วรวิหาร และวัดป่าแดด จิตรกรได้เขียนไว้เป็นหลักฐานประกอบกับการบันทึกของมิชชั่นนารี หรือผู้รู้ที่เล่าสืบต่อกันมา ดังนี้

การแต่งกายของผู้ชาย

เครื่องนุ่ง เมื่อเข้าสู่วัยหนุ่ม ชายชาวล้านนาไทยนิยมการ สักหมึก  เป็นลวดลายประดับผิวหนัง หรือสักยันต์ ตั้งแต่เอวลงมาเสมอเข่า หรือต่ำกว่าเข่าเล็กน้อย ผ้านุ่งเป็นผ้าพื้นเป็นผ้าฝ้ายทอมือ หรือผ้าตาโก้ง (ผ้าลายดำสลับขาว) มีวิธีนุ่ง  3  แบบคือ

แบบที่หนึ่ง  นุ่งแบบจับรวมตรงเอว แล้วเหน็บตรงกึ่งกลางมีบางส่วนเหลือปล่อยห้อยลงมาจากเอว

แบบที่สอง  จับรวบเหน็บตรงเอวอีกด้านหนึ่งดึงไปเหน็บไว้ด้านหลังคล้ายนุ่งโจงกระเบน เรียกว่า “ นุ่งผ้าต้อย “

แบบที่สาม  เมื่อต้องการความกระฉับกระเฉงสะดวกในการทำงาน ขุดดิน ทำไร่ทำนา ขี่ควายชาวทุ่งก็นุ่งให้กระชับมากขึ้น จนมองเห็นสะโพกทั้งสองข้างเรียกว่า “เค็ดหม้าม” หรือ   “เก๊นหม้ามเครื่องห่ม  โดยทั่วไปชายชาวล้านนาจะไม่สวมเสื้อแต่ใช้ผ้าพาดไหล่หรือห่มในยามหนาว เรียก “ผ้าตุ๊ม”  ลักษณะผ้าก็คงใช้ผ้าฝ้ายทอมือเช่นเดียวกับผ้านุ่งส่วนสีของผ้าจะย้อมด้วยสีจากพืช เช่นคราม มะเกลือ หรือแก่นขนุน ฯลฯ เป็นต้น

แผนที่จังหวัดเชียงใหม่

รายการที่พัก

เลือกโรงแรมที่พัก
พื้นที่
ราคาเริ่มต้น
รายละเอียดของโรงแรม สถานที่ตั้ง และข้อมูลทั่วไป
โรงแรม กรินทร์ทิพย์ วิลเลจ เชียงใหม่ โรงแรม กรินทร์ทิพย์ วิลเลจ เชียงใหม่
(1 รีวิว)
(พักได้สูงสุด 4 ท่านต่อห้อง)
ที่พักในตัวเมืองเชียงใหม่
980
โรงแรม กรินทร์ทิพย์ วิลเลจ เชียงใหม่ให้ความหรูหราในแบบล้านนา ผสมผสานความงดงามของสไตล์จีนเข้าด้วยกันได้อย่างวิจิตรตระการตา สัมผัสถึงความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด
กรีนเลค รีสอร์ท ที่พักเชียงใหม่ โรงแรม กรีนเลค รีสอร์ท เชียงใหม่
(7 รีวิว)

ที่พักในตัวเมืองเชียงใหม่
990
กรีนเลค รีสอร์ท ที่พักเชียงใหม่รีสอร์ทแห่งการพักผ่อนในเมืองแห่งวัฒนธรรม ด้วยบรรยากาศธรรมชาติขุนเขาและ ทะเลสาบมรกตของล้านนา
กาแล เกสท์เฮ้าส์ เชียงใหม่ โรงแรม กาแล เกสท์เฮ้าส์ เชียงใหม่
(3 รีวิว)
ที่พักในตัวเมืองเชียงใหม่
999
กาแล เกสท์เฮ้าส์ เชียงใหม่ที่พักสไตล์โบราน กับ บรรยากาศสบายๆริมแม่น้ำปิง รอให้คุณได้มาสัมผัส
โรงแรม เกตวา สไตล์ลิช โฮเทล เชียงใหม่  ที่พักเชียงใหม่แนวๆ ฮิป โรงแรม เกตวา สไตล์ลิช โฮเทล เชียงใหม่
(1 รีวิว)
ที่พักในตัวเมืองเชียงใหม่
1590
โรงแรม เกตวา สไตล์ลิช โฮเทล เชียงใหม่  ที่พักเชียงใหม่แนวๆ ฮิปโรงแรมสไตล์บูติค ซึ่งแต่ละห้องจะมีสีเฉพาะและการตกแต่งที่เป็นของตัวเองที่พักเชียงใหม่ ฮิป ที่พักเชียงใหม่แนวๆ ที่คนพักแล้วต้องชอบ
โรงแรมคชสีห์ธานี เชียงใหม่ โรงแรม คชสีห์ธานี เชียงใหม่
(พักได้สูงสุด 4 ท่านต่อห้อง)
ที่พักในตัวเมืองเชียงใหม่
2800
โรงแรมคชสีห์ธานี เชียงใหม่โรงแรมใจกลางเมืองเชียงใหม่ โรงแรมได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามสไตล์ไทย โรงแรมบูติกแห่งใหม่ ห่างจากถนนคนเดินเชียงใหม่โดยใช้เวลาเดินทางเพียง 10 นาที
คุ้มพญา รีสอร์ท แอนด์ สปา เซ็นทารา บูติก คอลเลคชั่น เชียงใหม่ (ชื่อเดิม) ปริ๊นส์ คุ้มพญา รีสอร์ท แอนด์ สปา โรงแรม คุ้มพญา รีสอร์ท แอนด์ สปา เซ็นทารา บูติก คอลเลคชั่น เชียงใหม่
(6 รีวิว)
(พักได้สูงสุด 6 ท่านต่อห้อง)
ที่พักในตัวเมืองเชียงใหม่
2450
คุ้มพญา รีสอร์ท แอนด์ สปา เซ็นทารา บูติก คอลเลคชั่น เชียงใหม่ (ชื่อเดิม) ปริ๊นส์ คุ้มพญา รีสอร์ท แอนด์ สปาบูติครีสอร์ทเชียงใหม่ เป็นที่พักใกล้ (ติด)คุ้มขันโตกเชียงใหม่  บรรยากาศสไตล์ล้านนา มีสระว่ายน้ำติดกับห้องนอน และยาวที่สุดของจังหวัดเชียงใหม่
คุ้มภูคํา โรงแรมคุ้มภูคํา จ.เชียงใหม่ 	โรงแรมคุ้มภูคําเรสซิเดนซ์ เชียงใหม่ แผนที่ เบอร์โทรศัพท์ pantip โรงแรม คุ้มภูคำ เชียงใหม่
ที่พักในตัวเมืองเชียงใหม่
1250
คุ้มภูคํา โรงแรมคุ้มภูคํา จ.เชียงใหม่ 	โรงแรมคุ้มภูคําเรสซิเดนซ์ เชียงใหม่ แผนที่ เบอร์โทรศัพท์ pantipเป็นโรงแรมที่มีห้องพักใหม่ สวย มีบริการสระว่ายน้ำ ฟรีอินเตอร์เนท มีที่จอดรถตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ เดินทางสะดวกกับการไปเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ พืชสวนโลก เที่ยวดอยสุเทพหรือช้อปปิ้งถนนนิมมานเหมินทร์

ขอขอบคุณ  http://www.tripchiangmai.com/

 

อ่านเพิ่มเติม

อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย

 มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่ อ.แม่ริม อ.หางดง อ.เมืองเชียงใหม่ และ อ.แม่แตง จัดตั้งขึ้นเป็น อช.เมื่อ พ.ศ.2524 โดยมียอดดอยสุเทพสูง 1,601 ม. และดอยปุยสูง 1,685 ม. ตั้งอยู่ทางตะวันตกของหุบเขาแม่น้ำปิง เป็นภูเขาหินแกรนิตล้วน พื้นที่ป่ามีความหลากหลายทั้งป่าผลัดใบ เช่น ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และป่าดงดิบชื้น และเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของแม่น้ำปิง คือห้วยแก้ว ห้วยช่างเคี่ยน ห้วยแม่เหียะ อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 18 องศาเซลเซียส ตลอดปี ในฤดูหนาวอากาศหนาวเย็นมาก

ใน อช. จะพบพืชไม้ดอกเกือบ 2,000 ชนิด และเชื่อว่ายังมีพันธุ์ไม้อื่นๆ ที่ยังไม่มีการศึกษาอีกเป็นจำนวนมาก ป่าผลัดใบที่นี่มีพันธุ์ไม้มากกว่าป่าผลัดใบอื่นๆ ในโลก มีลักษณะแบบป่าในยุโรปมีทั้งต้นสน แมกโนเลีย ต้นโอ๊ก และต้นเกาลัด

ขอขอบคุณ  http://www.thailands360.com/

อ่านเพิ่มเติม

ประเพณีแห่โคมทอง

 

ประวัติ / ความเป็นมา

          ประเพณีแห่โคมทองจัดขึ้นในวันเพ็ญเดือน 12 หรือที่ชาวไทยภาคเหนือเรียกว่า “ยี่เป็ง” หรือตรงกับวันลอยกระทงของชาวไทยภาคอื่นๆ และชาวเหนือถือว่าเป็นวันสำคัญทางศาสนาวันหนึ่ง
ตามตำนานกล่าวถึงโคมไฟว่า เป็นโคมที่ใช้ในพิธีการต่างๆ สืบเนื่องมาเป็นเวลายาวนานและประเพณีแห่โคมนี้แรกเริ่มเป็นประเพณีของพราหมณ์ ต่อมานำเข้ามาประยุกต์ใช้เป็นประเพณีไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 ในอดีตการจุดโคมกระทำกันเฉพาะในเขตพระราชวังและบ้านเจ้าขุนมูลนาย โดยโคมแต่ละแบบแสดงฐานันดรของผู้เป็นเจ้าของ
ทุกวันนี้บางบ้านนำโคมไฟไปถวายพระสงฆ์  โดยเชื่อกันว่าผู้ถวายจะมีสติปัญญาหลักแหลมเป็นการตอบแทน เปลวไฟจากโคมเปรียบเสมือนความรู้และแสงไฟช่วยชี้ทางสว่างให้ชีวิต
ในสมัยก่อนยังมีการนำเอาโคมไฟชนิดโคมลอยไปใช้ในการรบ เพื่อทำให้ศัตรูตกใจกลัวและเป็นการวางเพลิงค่ายของศัตรู โดยโคมจะถูกปล่อยไปตามกระแสลมในทิศทางของศัตรู ถ้าพอดีดินปืนที่บรรจุไว้ในโคมก็จะระเบิดเป็นลูกไฟและตกลงในเป้าหมาย

ขอขอบคุณ  http://www.thailand2booking.com