การแต่งกายพื้นบ้านล้านนา

“ล้านนา”  ในปัจจุบันหมายถึง อาณาเขต 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่  เชียงราย  พะเยา  ลำพูน  ลำปาง  แพร่  น่าน  และแม่ฮ่องสอน  การแต่งกายพื้นเมืองของล้านนา จึงหมายถึงการแต่งกายของชนกลุ่มต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในล้านนาในอดีตอาณาจักรล้านนาในบางยุคสมัยอาจครอบคลุมไปถึงรัฐต่างๆ เช่นสิบสองปันนา  รัฐฉาน  เชียงตุง เป็นต้น ซึ่งต่างก็เคยมีความสัมพันธ์กันมาช้านาน  ชนกลุ่มใหญ่ที่สร้างสมอารยธรรมในล้านนาก็คือ “ชาวไทยวน” ซึ่ง  ปัจจุบันเรียกตัวเองว่า “คนเมือง”  นอกจากนี้มีวัฒนธรรมกลุ่มชนต่างๆ ผสมผสานกันได้แก่ ชาวไทลื้อ ไทเขิน ไทใหญ่(ไต) ชาวไทยวนในล้านนามีวัฒนธรรมในการทอผ้าเพื่อใช้สอยและแต่งกายเป็นเอกลักษณ์มาแต่โบราณ จากหลักฐานด้านจิตรกรรมฝาผนังวัดต่างๆ ในเชียงใหม่และน่าน ในเชียงใหม่เช่นวัดบวกครกหลวง  วัดพระสิงห์วรวิหาร และวัดป่าแดด จิตรกรได้เขียนไว้เป็นหลักฐานประกอบกับการบันทึกของมิชชั่นนารี หรือผู้รู้ที่เล่าสืบต่อกันมา ดังนี้

การแต่งกายของผู้ชาย

เครื่องนุ่ง เมื่อเข้าสู่วัยหนุ่ม ชายชาวล้านนาไทยนิยมการ สักหมึก  เป็นลวดลายประดับผิวหนัง หรือสักยันต์ ตั้งแต่เอวลงมาเสมอเข่า หรือต่ำกว่าเข่าเล็กน้อย ผ้านุ่งเป็นผ้าพื้นเป็นผ้าฝ้ายทอมือ หรือผ้าตาโก้ง (ผ้าลายดำสลับขาว) มีวิธีนุ่ง  3  แบบคือ

แบบที่หนึ่ง  นุ่งแบบจับรวมตรงเอว แล้วเหน็บตรงกึ่งกลางมีบางส่วนเหลือปล่อยห้อยลงมาจากเอว

แบบที่สอง  จับรวบเหน็บตรงเอวอีกด้านหนึ่งดึงไปเหน็บไว้ด้านหลังคล้ายนุ่งโจงกระเบน เรียกว่า “ นุ่งผ้าต้อย “

แบบที่สาม  เมื่อต้องการความกระฉับกระเฉงสะดวกในการทำงาน ขุดดิน ทำไร่ทำนา ขี่ควายชาวทุ่งก็นุ่งให้กระชับมากขึ้น จนมองเห็นสะโพกทั้งสองข้างเรียกว่า “เค็ดหม้าม” หรือ   “เก๊นหม้ามเครื่องห่ม  โดยทั่วไปชายชาวล้านนาจะไม่สวมเสื้อแต่ใช้ผ้าพาดไหล่หรือห่มในยามหนาว เรียก “ผ้าตุ๊ม”  ลักษณะผ้าก็คงใช้ผ้าฝ้ายทอมือเช่นเดียวกับผ้านุ่งส่วนสีของผ้าจะย้อมด้วยสีจากพืช เช่นคราม มะเกลือ หรือแก่นขนุน ฯลฯ เป็นต้น